ล้างแอร์รถยนต์ด้วยตนเอง แบบไม่ถอดตู้ ราคาถูก ทำอย่างไร (พร้อมคลิป) | Pantip

ล้างแอร์รถยนต์

ล้างแอร์รถยนต์

อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้จะขับรถไปเที่ยวไหนทั้งทีแอร์ไม่เย็นก็คงเที่ยวแบบไม่มีความสุขการ ล้างแอร์รถยนต์ เป็นตัวช่วยที่จะทำให้บรรยากาศภายในรถยนต์ของเราดีขึ้น ลองนึกภาพว่าเราขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดเวลากลางวัน แต่ระบบแอร์รถยนต์ของเราทำงานไม่เต็มที่ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ อาทิเช่น สภาพอากาศ หรือไม่เคยล้างตู้แอร์เลยสักครั้ง วิธีสังเกตเบื้องต้นคือ ถ้าเกิดเอาจมูกไปดมที่ช่องลมแอร์แล้วเหม็นกลิ่นอับ หรือสังเกตเข้าไปในช่องจะเห็นฝุ่นเกาะเยอะ นั่นแปลว่าถึงเวลาที่เราจะต้องอาบน้ำให้มันสักครั้งแล้ว 

บริการล้างแอร์รถยนต์มีอยู่หลายรูปแบบ เช่น ร้านล้างแอร์รถยนต์ หรือสะดวกหน่อยก็คือแบบมาล้างที่หน้าบ้านของเรา ซึ่งการล้างแอร์รถยนต์ที่ถูกต้องจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบคอมเพรสเซอร์แอร์ เป็นคนมาจัดการรื้อคอนโซลรถเพื่อล้างแอร์ได้อย่างเต็มระบบ แต่หลายคนจะเห็นใน pantip บอกว่าการล้างแอร์แบบรื้อตู้แอร์จะทำให้แอร์รั่ว เนื่องจากฝุ่นเป็นตัวช่วยในการปกปิดรอยรั่วของช่องแอร์ อีกเสียงก็บอกว่าถ้าไม่มีอะไรก็ปล่อยไปไม่ควรไปยุ่งกับมัน ดังนั้นข้อสงสัยจะหายไปทันทีเมื่อท่านได้รู้จักวิธีล้างแอร์รถยนต์ที่ถูกต้องดังนี้

วิธีล้างแอร์รถยนต์ที่ถูกต้องมี 4 วิธี

ล้างแอร์รถยนต์แบบถอดตู้

การล้างตู้แอร์รถยนต์แบบถอดตู้ แนะนำว่าอย่านำไปทำเอง เพราะประสบการณ์ของผมที่เคยรื้อตู้แอร์ออกมาเพราะอยากจะล้างเองคิดว่าสะอาดกว่าไปร้าน ปรากฎว่าประกอบไม่สำเร็จ เพราะการล้างแอร์แบบถอดตู้จะต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งจะต้องรื้อตู้แอร์เพื่อเอาคอยล์เย็นออกมาล้างข้างนอก โดยจะมีน้ำยาสำหรับทำความสะอาดคอยล์เย็น ต้องบอกก่อนว่าน้ำยามีหลายตัวแต่ส่วนใหญ่ตามร้านจะประหยัดต้นทุนโดยการใช้ผงซักฟอก หนักหน่อยก็โซดาไฟ

ทำให้เวลาประกอบกลับมาใช้งานจะได้กลิ่นผงซักฟอกติดอยู่ และเป็นต้นเหตุของแอร์รั่ว เพราะผงซักฟอกจะไปกัดกร่อนคอยล์เย็น ทำให้คอยล์เย็นพังได้ อีกทั้งการล้างแบบถอดตู้จะต้องเปลี่ยนไดเออร์กับวาล์วความดัน บวกกับแวคเติมน้ำยาแอร์ใหม่ ถ้าเจ้าของรถคันไหนประหยัดงบไม่ยอมเปลี่ยน บอกเลยว่าท่อแอร์รั่วได้ง่ายมากๆเพราะความชื้นจะเข้าไปอยู่ในระบบแอร์รถยนต์ทันที รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ถือว่าแพงไม่ใช่น้อยสำหรับวิธีนี้

ล้างแอร์รถยนต์แบบไม่ถอดตู้

เทคโนโลยีแบบใหม่หรือจะเรียกว่าบริการที่ทำให้สะดวกมากขึ้น เนื่องจากวิธีนี้ไม่จำเป็นต้องถอดตู้แอร์และนำคอยล์เย็นออกมาล้างเหมือนวิธีแรก ดังนั้นจึงใช้เวลาที่รวดเร็วและทางร้านก็ทำความสะอาดได้ง่ายไม่ต้องถอดรื้อตู้แอร์แถมได้เงินไวใครก็ชอบ ส่วนตัวเราเองใช้บริการที่รวดเร็วเราก็ชอบ แต่อะไรที่ทำแบบรวดเร็วมักไม่ค่อยจะละเอียด เพราะวิธีนี้จะต้องใช้เครื่องล้างตู้แอร์ที่สามารถกำหนดน้ำยาแอร์ในการล้าง แต่บางร้านอยากได้กำไรเยอะก็จะผสมผงซักฟอก หรือโซดาไฟเข้าไปกับน้ำยาแอร์เพื่อให้สามารถล้างได้หลายคัน ราคาตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป

แต่รู้หรือไม่ว่าการผสมแบบนี้จะทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง เนื่องจากเครื่องไม่ได้ถูกกำหนดให้สามารถล้างผงซักฟอกหรือโซดาไฟได้ ทำให้มีผงซักฟอกหรือโซดาไฟตกค้างอยู่ในท่อแอร์ อาจมีผลตามมาเหมือนวิธีแรก คือท่อแอร์รั่ว ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนพูดถึงว่ายิ่งล้างยิ่งรั่ว ก็เพราะวิธีล้างที่ผิดวิธีของทางร้านล้างแอร์รถยนต์นั่นเอง แนะนำว่าวิธีนี้จะเหมาะสมกับรถใหม่ หรือรถที่มีการล้างแอร์ประจำอย่าง 1 ครั้ง/ปี ถ้าเกิดรถเราใช้มา 5 ปีขึ้นไปทางช่างแอร์จะไม่ใช้วิธีนี้ในการทำความสะอาด เนื่องจากฝุ่นที่อยู่ในตู้แอร์จะปกปิดรอยรั่ว พอล้างออกทำให้รอยรั่วโผล่ออกมาและทำให้แอร์ไม่เย็น ซึ่งล้างแบบไม่ถอดตู้จะไม่เห็นรอยรั่วทำให้เกิดปัญหาที่ว่า ยิ่งล้างยิ่งรั่วแล้วไปโทษร้านล้างแอร์รถนั่นเอง

ล้างแอร์รถยนต์แบบฉีดสเปรย์

แบบที่สองว่ารวดเร็วแล้ว แบบสเปรย์ทำความสะอาดตู้แอร์ยิ่งเร็วเข้าไปใหญ่ เพราะไม่ต้องรื้อตู้แอร์ ไม่ต้องใช้เครื่องหรือสอดกล้องแบบไม่ถอดตู้ โดยแค่ใช้สเปรย์ฉีดให้ทั่วคอยล์เย็น แล้วรอสักพักน้ำยาที่เราฉีดสเปรย์เข้าไปจะไหลออกมาที่ท่อน้ำทิ้งพร้อมกับคราบสกปรก วิธีนี้จะต้องฉีด 2 เดือนครั้งเพราะฝุ่นละอองนับวันยิ่งเยอะขึ้น โดยเฉพาะในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ลืมบอกไปว่าสเปรย์บางยี่ห้อช่วยลดกลิ่นอับ หอมสดชื่นแบบธรรมชาติ แต่ความรวดเร็วแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าการล้างแอร์แบบถอดตู้และไม่ถอดตู้ ดังนั้นลองคิดดูว่าหาเวลาว่างมาล้างแบบอื่นจะดีกว่าไหม

การใส่กรองแอร์รถยนต์

วิธีนี้ไม่สามารถทำได้ทุกรุ่นนะ เพราะกรองแอร์จะถูกทำขึ้นมากับรถที่มี่ระดับขึ้นมาหน่อย กรองแอร์ก็คือกรองฝุ่นละอองที่มีการใช้งานแค่ประมาณ 4,000-6,000 กิโลเมตรก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ซึ่งถ้าใครใส่กรองแอร์แล้วไม่ยอมเปลี่ยนจะเจอปัญหาลมที่ออกมาจากช่องแอร์เบามาก หรือลมที่ตีกลับไปคอมแอร์จะทำให้คอมแอร์พังได้ กรองแอร์บางรุ่นราคาไม่ถึงพันพอใช้ได้ แต่บางรุ่นราคาเกือบสองพันซึ่งคิดว่านำเงินไปล้างแอร์แบบอื่นน่าจะคุ้มกว่า ลองถามช่างดูก็ได้ว่ารถของเรามีกรองแอร์หรือไม่

อ่านเพิ่มเติม : แอร์รถยนต์เหม็นอับ ต้องทำยังไง

วิธีล้างแอร์รถยนต์ด้วยตนเอง ราคาถูก ทำอย่างไร ?


TIP : การยืดอายุการใช้งานแอร์รถยนต์ แบบไม่ต้องล้างแอร์รถยนต์บ่อยๆ คือ เมื่อเราลงจากรถให้เราพรมลงไปสะบัดฝุ่นออกให้เกลี้ยงจากนั้นนำมาปูไว้ที่เดิมจะช่วยยืดอายุการล้างได้เป็นเท่าตัว อย่างมากก็ 2 ปีครั้งเพราะพัดลมแอร์ที่อยู่ใกล้กับพรมปูรองเท้าจะดูดฝุ่นจากพรมเข้าไปทำให้แอร์ตันและไม่เย็นได้

แนะนำโดย : Easyinsurebroker
ขอบคุณคลิป : SPEED SPORTS RACING