ประกันภัยรถยนต์ คืออะไร มีกี่ประเภท แต่ละประเภทคุ้มครองอะไรบ้าง

 ประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์ คือ การประกันความเสียหาย หรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการใช้รถยนต์ อาทิเช่น การรักษาพยาบาล ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน ของผู้เอาประกันและบุคคลภายนอก โดยการประกันภัยรถยนต์ สามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ

ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ

การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หมายถึง การประกันภัยรถยนต์ ที่กฎหมายบังคับให้เจ้าของรถทุกคันต้องทำ เพื่อความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น การสูญเสียอวัยวะในร่างกาย การเสียชีวิต ซึ่งในภาษากฎหมายในปัจจุบัน จะเรียกกันว่า ” พระราชบัญญัติ ” คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พุทธศักราช 2535 มีชื่อย่อว่า ” พ.ร.บ. ” เป็นกฎหมายที่เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในด้านของความคุ้มครอง การชดใช้ค่าเสียหาย ความเป็นธรรม

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ หมายถึง การประกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความสมัครใจของ เจ้าของรถยนต์ ผู้ครอบครองรถยนต์ หรือ ผู้ขับขี่รถยนต์ โดยที่กฎหมายไม่ได้มีข้อบังคับเอาไว้แต่อย่างใด ประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจ ปัจจุบันได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย และมีตัวเลือกให้ผู้เอาประกันสามารถเลือกประเภทประกันภัยที่เหมาะสมกับรถยนต์ของเราได้ ดังนั้น เรามาดูกันว่า ประกันภัยรถยนต์มีกี่ประเภท และแต่ละประเภทมีความคุ้มครองที่ต่างกันอย่างไร

ประกันภัยรถยนต์มีกี่ประเภท

ประกันรถยนต์ สามารถแยกออกเป็น 5 ประเภทดังนี้

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 

ประะกันภัยรถยนต์ชั้น1 หรือ ประกันชั้น1
ให้ความคุ้มครองกรณี : ซ่อมรถคู่กรณี + ซ่อมเรา + รถสูญหาย + ไฟไหม้รถ + น้ำท่วมรถ
ประกันรถยนต์ชั้น1 คุ้มครองแทบจะทุกกรณี คุ้มค่า และได้รับความนิยมมากที่สุด
แต่ว่า ประกันภัยชั้น1 อาจจะไม่ได้รับความคุ้มครองทุกกรณีเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น ผู้เอาประกันภัยตั้งใจจะทำให้เกิดเหตุ

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 

ประะกันภัยรถยนต์ชั้น2 หรือ ประกันชั้น2
ให้ความคุ้มครองกรณี : ซ่อมรถคู่กรณี + รถสูญหาย + ไฟไหม้รถ
ประกันรถยนต์ชั้น2 จะมีความคุ้มครองคล้ายกันกับ ประกันชั้น1 แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากค่า เบี้ยประกันภัยรถยนต์
ที่แทบจะเทียบเท่าประกันภัยชั้น1 แต่ความคุ้มครองน้อยกว่า ทำให้ผู้เอาประกันภัยรถยนต์ หันไปทำประกันรถยนต์ชั้น1 มากกว่า
และนี่
คือเหตุผลที่บาง บริษัทประกันภัยรถยนต์ ต่างยกเลิกรับประกัน ประกันภัยชั้น2 ในที่สุด

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 

ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 หรือ ประกันชั้น3
ให้ความคุ้มครองกรณี : คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่กรณี เพียงอย่างเดียว
ประกันรถยนต์ชั้น3 เป็นทางเลือกสำหรับเจ้าของรถที่ไม่ค่อยได้ใช้รถ หรือรถมีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปีขึ้นไป หรือขับขี่
อย่างระมัดระวัง มีความเสี่ยงน้อย ประกันภัยชั้น3 แม้จะมีความคุ้มครองน้อยกว่าประกันประเภทอื่นๆ แต่ก็ทำติดรถไว้ดีกว่านะครับ

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 4 

ประกันภัยรถยนต์ชั้น4 หรือ ประกันชั้น4
ให้ความคุ้มครองกรณี : คุ้มครองทรัพสินย์ของคู่กรณี เพียงอย่างเดียว
ประกันรถยนต์ชั้น4 แทบจะไม่มีใครรู้จักเลย เนื่องจากความคุ้มครองที่ไม่ค่อยจะคุ้มค่ากับราคาที่เสียไป บางคนบอกว่า
ถ้าทำประกันประเภท
นี้ ไม่ทำเสียดีกว่า จะคุ้มครองทั้งทีทำไมคุ้มครองแต่ทรัพสินย์ นอกนั้นจ่ายเองคงไม่คุ้ม ดังนั้น
ประกันภัยชั้น4 จึงไม่ได้รับความนิยมและบาง
คนแทบจะไม่เคยได้ยินเลยด้วยซ้ำ เพราะส่วนใหญ่ บริษัทประกันภัย
จะแนะนำแต่ความคุ้มครองที่คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปให้กับผู้เอาประกันภัย

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 5

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 สามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ ประกันชั้น2+ กับ ประกันชั้น3+ จุดเด่นคือคุ้มครอง
เฉพาะรถชนรถเท่านั้น ดังนั้นเรามาดูกันว่า ประกันภัยรถยนต์คืออะไร กับ ประกันภัยรถยนต์ประเภท5

ประกันภัยรถยนต์ชั้น2+ หรือ ประกันชั้น2+
ให้ความคุ้มครองกรณี : ซ่อมรถคู่กรณี + ซ่อมเรา (กรณีรถชนรถเท่านั้น) + รถสูญหาย + ไฟไหม้รถ
ประกันรถยนต์ชั้น2+ จะมีความคุ้มครองที่คล้ายกันกับ ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ราคาถูก กว่าเล็กน้อยส่วนใหญ่จะคิดว่า
ประกันภัยชั้น2+ มาแทน ประกันชั้น2 แต่อันที่จริงแล้ว ไม่ได้มาแทนที่กันเลย แต่มาเป็นตัวเลือกให้กับผู้เอาประกันภัยรถยนต์

ประกันภัยรถยนต์ชั้น3+ หรือ ประกันชั้น3+
ให้ความคุ้มครองกรณี : คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่กรณี (กรณีรถชนรถเท่านั้น)
ประกันรถยนต์ชั้น3+ จะคุ้มครองก็ต่อเมื่อ รถคันเอาประกันภัยชนกับรถของคู่กรณีเท่านั้น และต้องมีคู่กรณีเท่านั้น ส่วนรถของ
ผู้เอาประกันภัยจะต้องซ่อมเอง ได้รับความนิยมปานกลาง เนื่องจาก ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ราคาถูก

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ ประกันภัยรถยนต์ คืออะไร มีกี่ประเภท สำหรับใครที่คิดจะ ซื้อประกันภัยรถยนต์ ทำประกันภัยรถยนต์ ต่อประกันภัยรถยนต์ ก็สามารถที่จะตัดสินใจได้แล้วนะครับ ก่อนจะทำสัญญากรมธรรม์ทุกครั้งควรจะอ่านรายละเอียดที่ระบุ
ไว้ในกรมธรรม์ให้ดี เนื่องจากว่ามีหลายคนที่ทำไปแล้วไม่รู้ เวลาเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาทำตัวไม่ถูก และทำให้การดำเนินการต่าง
ล่าช้า ดังนั้นก่อนจะทำควรศึกษาเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ ให้ดีจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังนะครับ

อ่านเพิ่มเติม : บริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่ไหนดี