น้ำท่วมรถ | ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 คุ้มครองหรือเปล่า

น้ำท่วมรถ ประกันชั้น1 จ่ายไหม

น้ำท่วมรถ #อีกหนึ่งปัญหาจากภัยธรรมชาติ

น้ำท่วมรถ ประกันชั้น1 จะจ่ายไหม ถ้าหากเราทำ ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 สบายใจได้เลยครับ  ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เขียนไว้บนกรมธรรม์  บริษัทประกันภัยน่ารักครับ คุ้มครองแน่นอน ” แต่สำหรับบางเจ้าอาจไม่คุ้มครองก็ได้น่ะ ” ก่อนจะทำประกันทุกครั้ง ทางที่ดี ควรจะอ่านรายละเอียดบนกรมธรรม์ให้เรียบร้อย

 

เหตุผลบางอย่างที่ ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ไม่คุ้มครอง

ยกตัวอย่าง : รู้ว่าทางข้างหน้าน้ำท่วม แต่พยายามดื้อด้านขับรถลุยน้ำเข้าไป สุดท้าย…รถเกิดจมน้ำ กรณีนี้บริษัทประกันมีสิทธิ์ที่จะไม่จ่ายค่าคุ้มครอง เพราะ
เป็นเหตุจงใจทำให้รถของตนเองเสียหาย
แต่ถ้าหากประกันภัย เห็นว่าเป็นเหตุสุขวิสัย หรือ ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์ บริษัทประกัน คุ้มครองเต็มที่

คำเตือน อย่าพยายามที่จะโกงในทุกรูปแบบกับบริษัทประกัน #เด็ดขาด เพราะบริษัทประกันเจอมาทุกรูปแบบแล้ว

หลักเกณฑ์ในการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์น้ำท่วมรถ แบ่งออกเป็น 2 กรณี 

1. การสูญเสียโดยสิ้นเชิง หรือ Total loss บริษัทประกัน จะพิจารณาว่ารถที่เอาประกันภัยไม่คุ้มที่จะนำมาซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้ ซึ่งกรณีนี้จะรวมถึง เครื่องยนต์ ที่ต้องได้รับการซ่อมแซมให้มีสภาพคงเดิม ก่อนเกิดการน้ำท่วมรถ  โดยส่วนใหญ่ บริษัทประกัน จะประเมินมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 70% ของมูลค่ารถคันเอาประกัน ซึ่งหากพิจารณาแล้ว ไม่สามารถนำกลับมาซ่อมได้ อาทิเช่น น้ำท่วมมิดคัน หรือ น้ำท่วมเกินคอนโซลหน้า ซึ่งทำให้ห้องโดยสารได้รับความเสียหายด้วย

2. ความเสียหายบางส่วน หรือ Partial loss ต้องทำความเข้าใจก่อนบ้าง ว่า ”บางส่วน” ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินของ บริษัทประกัน ว่ามีความเสียหายมากน้อยเพียงใด และถ้ารถคันเอาประกันไม่เสียหายมากนัก สามารถซ่อมแซมให้สภาพคงเดิมได้ บริษัทประกันภัย จะพิจารณาเป็นความเสียหายบางส่วน ลักษณะของความเสียหายบางส่วน บริษัทประกัน มีหน้าที่จะต้องซ่อมแซมบำรุงให้รถคันเอาประกัน สามารถกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมทุกประการ อาทิเช่น เครื่องยนต์กลไก ห้องโดยสาร หรือแม้แต่พรมในรถ เพื่อคืนสภาพรถคันเอาประกันภัยให้สมบูรณ์พร้อมใช้งาน

ขั้นตอนในการเคลมประกัน กรณี น้ำท่วมรถ

สำหรับขั้นตอนในการเคลมประกัน กรณี น้ำท่วมรถผู้เอาประกันภัยถ้าหากเข้าพื้นที่น้ำท่วมได้ ควรถ่ายรูปน้ำท่วมรถบางส่วนเก็บไว้เป็นหลักฐาน และหลังจากน้ำลดลงแล้ว ให้ผู้เอาประกันโทรเรียกประกันมาดูความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงกับรถ เพื่อนำไปสู่การดำเนินเรื่อง เคลม ถ้าจะให้ผมแนะนำ ควรเคลมกับอู่กลางจะค่อนข้างสะดวกและรวดเร็วที่สุด ส่วนเรื่อง ประสิทธิภาพการซ่อม อยู่ที่อู่ อันนี้ผมไม่สามารถพิจารณาได้ว่า อู่ไหนดี อู่ไหนไม่ดี เพราะมีหลายรูปแบบ

สำหรับการเคลมนั้น เมื่อบริษัทประกันทราบเรื่องแล้ว จะดำเนินการประเมินค่าเสียหาย หากรถคันเอาประกันได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง ก็จะได้รับเงินจากประกันตามข้อตกลงบนกรมธรรม์ โดยเงินจะโอนไปยังผู้เอาประกันเท่านั้น ซึ่งในบางครั้งจะโอนให้ ไฟแนนซ์ ดังนั้นควรตรวจสอบให้ดีๆ

สำหรับกรณีประเมินแล้วได้รับความเสียหายแค่บางส่วน เมื่อบริษัทประกันทราบเรื่องจะออกใบเคลมให้ รถคันเอาประกันภัยก็จะได้รับการซ่อมแซมตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยเราสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ และเมื่อรถซ่อมแซมเสร็จ และนำกลับมาใช้งาน หากมีปัญหาไม่ว่าด้านใดๆ อันเกิดจากการซ่อมแซม กรณีน้ำท่วมรถ สามารถแจ้งอู่ในเครือหรือบริษัทประกันได้ทันที เพื่อเคลมความเสียหายต่อเนื่องทันที อย่าปล่อยไว้นะครับ เดี๋ยวเรื่องจะยากขึ้น อันนี้เรารู้กันดีเลย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับเพื่อนๆ ถ้าหากเพื่อนๆถูกประเมินว่ามีความเสียหายบางส่วน บางทีอาการเล็กๆน้อยๆ เพื่อนๆสามารถนำเข้าซ่อมอู่ด้วยตนเอง แล้วเก็บใบเสร็จรอเบิกเคลมกับประกันก็ได้ ซึ่งนอกจากจะได้รับความสะดวกมากขึ้นแล้ว ยังทำให้เพื่อนๆสามารถตรวจสอบได้ง่ายกว่าอีก เอาเป็นว่าถ้าใครกังวลเรื่องน้ำท่วมรถ ต้องทำยังไง ก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะกรณีแบบนี้ บริษัทประกัน เขาเตรียมความพร้อมให้กับคุณลูกค้าอย่างเต็มที่อยู่แล้ว

อ่านบทความเพิ่มเติม : แต่งรถ ประกันชั้น1 จะรับผิดชอบอะไหล่แต่งรึเปล่า

 

แนะนำและเรียบเรียงโดย easyinsurebroker.com